อีกมุมของ “เจมส์ มาร์”แฟนคลับแน่น เพราะคิดตลอดว่าทุกคนคือครอบครัว

อีกมุมของ เจมส์ มาร์ ได้ออกมาเปิดใจถึงการลงทุนทำธุรกิจนี้ครั้งแรก พร้อมเผยถึงอีกมุมที่ถึงแม้จะมีแฟนคลับเหนียวแน่น แต่ตนไม่เคยคิดว่าเขาเหล่านั้นเป็นเพียงแค่คนมาติดตาม

อีกมุมของ นักแสดงหนุ่มที่ไม่ค่อยจะมีกระแสข่าวด้านลบออกมาให้ได้เห็นเท่าไหร่ อีกทั้งฝีมือทางด้านการแสดงก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนมีแฟนคลับทั้งในไทยและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว สำหรับพระเอกหนุ่มหน้าตี๋ เจมส์ มาร์

เจมส์ มาร์

ล่าสุดในงาน Slim Concept จัดงานภายใต้ชื่อ Future s เจมส์ มาร์ ได้ออกมาเปิดใจถึงการลงทุนทำธุรกิจนี้ครั้งแรก พร้อมเผยถึงอีกมุมที่ถึงแม้จะมีแฟนคลับเหนียวแน่น แต่ตนไม่เคยคิดว่าเขาเหล่านั้นเป็นเพียงแค่คนมาติดตาม แต่คิดว่าเป็นอีกคนในครอบครัวที่สำคัญและคอยอยู่ให้กำลังใจกันมาตลอด

ตอนแรกบอกจะไม่ทำธุรกิจ ทำไมถึงมาทำอันนี้ ?
“ผมเคยรู้สึกว่าการทำธุรกิจเป็นสิ่งที่ยาก เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้วก่อนที่จะเริ่มเรียนปริญญาโท พอเริ่มเรียน พอเริ่มโตขึ้น ตอนนี้ผมก็ 25 แล้ว ผมรู้จักหลายท่านและรู้ว่าการทำธุรกิจมันมีมากกว่าแค่การเข้าออฟฟิศ มากกว่าการจ้างพนักงานมาทำงาน มันมีธุรกิจแบบใหม่ที่เป็นการลงทุน เราไม่ต้องทำอะไร เราลงทุน เราให้เงินออกผลให้เรา ถ้าท่านใดที่มีเงินคิดอยากจะฝากแบงค์อยู่แล้ว

หรืออยากจะลงทุน ถ้าเกิดเราเอามาลงทุนในสถาบันหรือธุรกิจที่พร้อมจะเติบโตไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว มันยิ่งทำให้ผลพลอยได้ของเราดีและในเวลาเดียวกันเราก็สามารถดูแลลูกค้าและช่วยเหลือลูกค้าด้วย ผมก็เลยรู้สึกว่าน่าสนใจและเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ครับ ทุกคนต้องเก็บเงินอยู่แล้ว ก็แทนที่เราจะเอาไปเก็บแบงค์ เราก็เอามาเก็บกับธุรกิจที่พร้อมจะโต มันน่าจะเป็นอะไรที่ดีสำหรับเรา คุยกันไปคุยกันมาก็เลยตัดสินใจครับ”

ทำไมถึงเริ่มต้นด้วยธุรกิจนี้ ?
“ผมว่าเทรนด์ของการดูแลสุขภาพ ดูแลผิวหน้า ความสวยความงามมาแรงมาก และมีเยอะมากด้วยนะครับ ที่ตัดสินใจมาสลิมคอนเซ็ปท์เพราะนวัตกรรมของเขาดี สามารถดูแลเราได้จริงๆ และมีความปลอดภัยสูง และดูจากอีเว้นท์ที่เขาออกเรื่อยๆ คนมาเยอะ ลูกค้ามาเยอะ ก็รู้สึกดีครับ”

ต้องไปเรียนหลักสูตรอะไรเพิ่มจากเขาไหม ?
“สิ่งที่สำคัญที่สุดของธุรกิจนี้คือการดูแลลูกค้า หลักสูตรที่มีอยู่แล้วมันดีมากอยู่แล้วครับ เราก็แค่ทำตามต่อไป ผมก็ทำหน้าที่กระจายข่าว กระจายความรู้ให้คนมาลงทุนหรือให้คนหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น”

ลงทุนไปกี่หลัก ?
“จริงๆ เขามีมาตรฐานของเขาอยู่ ก็น่าจะประมาณ 7 หลักครับ เขาจะให้ลงทุนประมาณ 7 กว่าครับ แล้วแต่เราเลือกว่าเราจะลงมากน้อยแค่ไหน สามารถเลือกได้ครับ”

แอบกังวลไหม ?
“เราคิดว่าเลือกดีที่สุดแล้วครับ อย่างที่บอกว่าถ้าใครคิดจะลงทุนหรือฝากเงินอยู่แล้ว ก็แทนที่จะฝากเงินกับแบงค์ แต่มาลงทุนในธุรกิจที่กำลังจะพลิกขึ้น ก็เป็นอะไรที่น่าจะเสี่ยง และเป็นความเสี่ยงที่เห็นผล เพราะเฟรนด์ไชส์ที่นี่ก็เยอะมาก เขาทำมาหลายปีแล้ว”

เห็นว่ามีแฟนคลับต่างขาติคอยบินมาเชียร์เราอยู่บ่อยๆ ?
“ก็ไม่ทุกอีเว้นท์ครับ บางท่านมาจากไต้หวัน จากจีน จากฟิลิปปินส์ บางท่านเขามาเที่ยวอยู่แล้ว และช่วงเวลาที่เขามาเที่ยวเขาก็มาเจอเรา”

แสดงว่าเราติดต่อกับแฟนคลับต่างประเทศตลอด ?
“เขาจะมาหาเราบ่อยๆ บางทีเราก็ดูในไอจีที่มีกำลังใจดีๆ ให้เราที่มาจากบางท่านที่เราไม่เคยเจอมาก่อน เรารู้สึกดีใจนะครับที่ละครไทยไปถึงต่างประเทศ คนต่างประเทศตามดาราไทยหลายท่านมากไม่ใช่แค่ผมคนเดียว ก็ถ้ามีโอกาสก็อยากเจอทุกคนให้ได้มากที่สุดครับ”

มีใครที่ตั้งใจมาเพื่อจะมาหาเราเลยอย่างเดียวไหม ?
“บางท่านก็บอกว่าเขามาเชียร์ครับ แต่พอมาแล้วผมก็บอกว่าอย่าลืมเที่ยวด้วยนะ (ยิ้ม) ไหนๆ มาแล้วก็ไปเที่ยวด้วย บางท่านมาแค่ 1-2 วันเพื่อที่จะมางานอีเว้นท์ก็มีครับ เราก็รู้สึกอยากตอบแทนเขาให้ได้มากที่สุด”

จำแฟนคลับที่เขามาหาเราบ่อยๆ ได้ไหม ?
“จำหน้าได้ครับ บางทีไปต่างประเทศ อย่างไปฮ่องกง บางคนที่ได้ดูละครเรา เขาก็มาทักเราเหมือนกัน”

มีเรียนภาษาเพื่อจะได้สื่อสารกับเขาได้ง่ายขึ้นไหม ?
“บางทีถ้าเจอแฟนคลับฮ่องกงก็คุยกันได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่คุยภาษาอังกฤษ แต่แฟนคลับผมเก่งนะ พูดภาษาจีนได้ พูดภาษาเยอรมันได้ พูดได้เยอะครับ บางทีเขายังเป็นล่ามให้เราเลยครับ (ยิ้ม) ก็เป็นเรื่องราวที่น่ารักเวลาเราอยู่กับแฟนคลับ ก็ขอบคุณมากๆ ครับ”

เขาก็ยังเหนียวแน่นกับเรามานานหลายปี ?
“ผมจะคิดเสมอครับว่าอย่าไปคิดว่าเขาเป็นแค่แฟนคลับ เป็นแค่คนที่มาคอยติดตามเรา ผมให้ค่าทุกคนครับ เขามาให้กำลังใจเรา ก็เหมือนเรามีพี่ๆ น้องๆ มาให้กำลังใจ เราก็ต้องให้เขากลับเช่นกัน”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com