แฮ็ค ชวนชื่น เผยรักแท้ที่เคยผ่านมา ได้ตายไปพร้อมกับผู้หญิงที่รักมาก

แฮ็ค ชวนชื่น หลายคนคงจะคุ้นหน้า คุ้นตากันเป็นอย่างดี ที่พักหลังๆ มานี้วงการตลกไม่ค่อยได้รับความนิยมเหมือนเมื่อก่อน  แถมมีข่าวเม้าท์ว่า แฮ็ค จะเลิกเล่นตลกอีกด้วย

แฮ็ค ชวนชื่น มานี้วงการตลกไม่ค่อยได้รับความนิยมเหมือนเมื่อก่อน ทำให้เจ้าตัวผันตัวเองมาเป็นพิธีกรในงานอีเว้นท์ แถมมีข่าวเม้าท์ว่า แฮ็ค จะเลิกเล่นตลกอีกด้วย

แฮ็ค

มีข่าวว่าตอนนี้หยุดเล่นตลกแล้ว?

แฮ็ค : “จริงๆ ไม่ได้หยุดนะ ใช้คำว่าเขาไม่จ้างมากกว่า ยังอยากทำงานนั้นอยู่ ก็ยังอยากเล่นอยู่ ตอนนี้ก็ขอประกาศเลยแล้วกันนะครับ ประกาศหานายจ้างครับ ใครว่างก็มาจ้างได้นะครับยินดี เพราะสมัยนี้ยุคมันเปลี่ยน การที่จะดูมันก็มีสื่อโซเชียล มันก็หาดูง่าย สมัยก่อนใครที่จะดูตลกก็ต้องไปหาดูตามคาเฟ่ หรือ Stage ที่มันมีโชว์ แต่หลังจากนั้นมันก็มีสื่อต่างๆ ทำให้คนดูได้สะดวก ไม่ต้องดูสดก็ได้”

มีการแยกวงชวนชื่น ผันตัวเป็นพิธีกร Event เกิดขึ้นได้ยังไง?

แฮ็ค : “พี่จิ้มเป็นคนนำมาก่อน เขามองออกว่าอนาคตมันจะหายนะ เพราะฉะนั้นเราต้องขยับขยายหาที่ใหม่ก่อน แล้วพี่จิ้มก็ผันตัวเองมาทำงานทีวี ตอนนั้นพวกเราก็เคว้งคว้างพอสมควร หลังจากนั้นเขาก็มาบอกว่า พี่หาพื้นที่ให้พวกเอ็งได้แล้วนะ ก็ค่อยๆ ทยอยมากัน สมัยก่อนส่วนมากตลกจะเป็นผู้ช่วยพิธีกรตามรายการเกมโชว์ต่างๆ ซึ่งยุคหนึ่งก็มีเกมส์โชว์ที่เฟื่องฟู เขาจะไปหาตลกตามคาเฟ่นี่แหละแล้วก็เอามาเล่นละคร เล่นหนัง แล้วเราก็เริ่มได้เข้ามาวงการทีวีตอนนั้นแหละ แล้วก็หยุดเล่นตลกกลางคืนเลย เพราะว่ามันไม่ไหวจริงๆ กลางวันต้องทำงานถ่ายละคร กลางคืนเล่นตลกอีกก็ไม่ไหว”

ตอนนั้นในวงมีปัญหากันเองไหม?

แฮ็ค : ไม่มีครับ พวกเราอยู่กันแบบไม่รู้จะมีปัญหาอะไร ค่าตัวก็แบ่งเท่า แต่ว่าโชคดีที่พ่อได้ค่าตัวมากกว่าพวกเรา เป็นจำนวนเงิน 100 บาท ค่าความเป็นพ่อครับ พี่จิ้มก็ได้เท่าพวกผมนะ แต่พวกเราโชคดีอย่างนึงคือมีเวลาอะไรพี่จิ้มก็จะเลี้ยง ทั้งที่เขาได้ค่าตัวเท่าพวกเรานะ

แล้วถ้าตอนนี้มีคนให้กลับไปเล่นแบบนั้นอีก จะไปไหม?

แฮ็ค : “ก็เคยลองนะ มีอยู่ช่วงหนึ่งเรารู้สึกว่าอยากเติมไฟ กลับมาเล่นกันหน่อยหลังจากที่หยุดไปหลายปีในช่วงนั้น ก็เลยกลับมาเล่นครับ เสร็จปุ๊บ นี่คือเรื่องจริงครับ ตีหนึ่งแล้วเรายังไม่เจอแอร์เลย มีแต่กลิ่นหมูกระทะ ได้เล่นในร้านหมูกะทะครับ แล้วแต่ละคนแต่งตัวหล่อ คุมตีมมากชุดขาว มีแจ็คเก็ตนู่นนี่นั่นตามสไตล์พวกเรา ตอนนั้นในหัวคิดแบบ ได้ออกมาเล่นกลางคืนแล้วมันต้องหึกเหิมหน่อยอะไรแบบนี้”

เรียกว่าถึง “จุดอิ่มตัวของตลก” แล้วได้ไหม?

แฮ็ค : “มันไม่ถึงกับอิ่มนะผมว่า มันก็เชิงๆนะ เรียกว่าเป็นความอิ่มตัวของนายจ้างมากกว่านะ”

แล้วตอนนี้ชีวิตทำอะไรอยู่?

แฮ็ค : ก็รับงานพิธีกรทั่วไปครับ ภาครัฐบ้างเอกชนก็จะน้อยลงหน่อยด้วยคาแร็คเตอร์หรืออะไรก็ไม่ทราบ เดี๋ยวนี้ก็จะเป็นหน่วยงานภาครัฐซะเยอะครับ เพราะจริงๆ “ชวนชื่น” เราเป็นบริษัท เรารับผลิตงานเบื้องหลังทั่วไป งาน Production หรือว่ารับงานออแกไนซ์ แล้วก็ด้วยวัยที่มันเปลี่ยนมั้งครับ พอเป็นยุคเรา ซึ่งสมัยก่อนเราก็จะใช้ชีวิตแบบโลดโผนโจนทะยานหน่อย ซึ่งเดี๋ยวนี้เราก็ลดเวลลงมาแล้วครับ ถ้าจะให้เทียบรายได้ผมว่าเมื่อก่อนเงินมันมาง่าย เดี๋ยวนี้มันก็ลดลงบ้างตามลักษณะงาน

เห็นว่าตอนหนุ่ม “เรื่องผู้หญิง” ทุกคืนนี่ไม่ซ้ำหน้าเลยจริงไหม?

แฮ็ค : “ไม่หรอก มันได้เจอะเจอ ก็คืนนึงผมเล่น 8-9 ที่ แล้ววัยรุ่นยุคนึงอ่ะ ตลกมันก็คู่กับนักร้องที่เขาอยู่ตามคาเฟ่ เจอกันทุกวัน มองหน้ากันทุกวัน หรือว่าเมื่อก่อนพอเราเริ่มได้ออกทีวีหน่อย มีผลงาน แล้วพอไปต่างจังหวัดอะไรแบบนี้ มันก็มีคนเข้ามาหาบ้าง แต่เราก็ไม่ได้แบบเจ้าชู้ขนาดนั้น เพียงแต่ว่าเหตุการณ์มันพาไป ตกกระไดพลอยโจนอะไรแบบนี้ ผมก็แค่แบบเจ้าชู้เล็กๆ ผมไม่ได้สำส่อนนะ อย่าคิดกันไปถึงขนาดนั้น”

เจ้าชู้หนักถึงขนาดโดนจับได้ตอนเล่นชู้คาโรงแรมเลยจริงไหม?

แฮ็ค : “เพื่อนคนนึงของผมครับ เป็นเพื่อนรักของผมที่นำพาให้ผมได้เจอะเจอสิ่งดีๆ ในช่วงชีวิต ก็เจอกันบ่อยๆ ที่สถานบันเทิงใหญ่แห่งหนึ่ง เขามีเมียอยู่นะแล้วเราก็ทำงานด้วยกัน บ้านเราก็อยู่ใกล้กัน ถ้าเกิดผมกลับแล้วเขาไม่กลับปัญหาชีวิตเขาเกิด ผมก็เลยต้องไปเป็นเพื่อน ก็ไปกันเป็นคู่ครับ เขาก็มี ผมก็มี ผมก็ไปที่ห้องกับผู้หญิงคนนึ่ง ตอนแรกเขาบอกผมว่าโสดนะ เรานั่งดูทีวี คุยสัพเพเหระอยู่สักพักนึง ตอนนั้นเป็นช่วงประมาณตี 4 เกือบตี 5 ก็เลยต้องรีบกิจกรรม”

“เหตุการณ์ล่วงเลยไปช่วงประมาณตี 5 ครึ่ง ก็มีโทรศัพท์ลึกลับมาจากข้างล่าง เธอก็รับแล้วก็หันมาบอกผมว่า “พี่ใส่เสื้อผ้าเร็ว ผัวหนูมา” แล้วผมด้วยความรีบผมก็หนีปีนระเบียงออกไป โดยที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า แล้วลองนึกสภาพว่าข้างหน้าเป็นถนนหลักเส้นใหญ่ของกรุงเทพ ซึ่งตรงนั้นมีไฟแดงด้วย ผมก็พยายามปีนไปห้องที่เพื่อนผมนอนอยู่ ซึ่งเคาะอยู่นานมาก โชคดีที่ระเบียงมันเชื่อมถึงกัน หลังจากเข้าห้องได้ผมก็ลงข้างล่างรับกลับเลยครับ”

เจ้าชู้มาก็เยอะ แต่สุดท้ายมาหยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้?

แฮ็ค : “เป็นแฟนครับซึ่งคบกันนานมาก ประมาณ 9-10 ปีได้ เจอกันตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ก็คบกันยาวมาตลอด แต่ไม่ได้แต่งงาน ด้วยความที่สมัยนั้นอาชีพตลก เขาก็บอกว่าเต้นกินรำกิน มันคือตลกคาเฟ่ ซึ่งเขาก็ค่อนข้างจะมีหน้าที่ตำแหน่งการงานที่ดี และทางบ้านเขาก็ไม่ค่อยโอเคกับผมสักเท่าไหร่ เราก็เคยเจอพ่อแม่เขานะ จนมาวันหนึ่งเขาก็บอกเรา ต้องบอกว่าเขามีความจำเป็น คือเขาต้องไปแต่งงาน

ความรู้สึกตอนนั้น เรารู้สึกยังไงบ้าง?

แฮ็ค : มันอึ้งนะ มันชะงักไปหมดทุกอย่าง หัวใจสลายมันคิดอะไรไม่ออก ด้วยความที่แบบเราก็พาไปเจอพ่อเเม่เรา พี่น้องเราในชวนชื่นก็รู้จักหลายๆ คน แต่เขาก็ไม่อยากให้เราเล่นตลกแล้วตอนนั้น ตอนนั้นเรามีรายการทีวีแล้วนะเวลาเขาไปดูเขาก็จะนั่งก้มหน้า ปิดตาไม่ดูอะไรแบบนี้ เวลาเราอยู่กับเขาเราจะเป็นอีกคาแรคเตอร์นึง แล้วพอขึ้นเวทีเราก็จะบ้าๆ บอๆ อาจจะด้วยความเป็นผู้หญิงในยุคนั้นไม่ได้ยอมรับมากหรืออาจจะเป็นสภาวะทางบ้านเขา หลังจากนั้นเราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาตลอด

นี่เรียกว่า รักแท้เลยได้ไหม?

แฮ็ค : “ก็น่าจะนะครับ พอเขาแต่งงานมาสักพักเขาเริ่มมีปัญหากัน แต่ผมก็พอดูรู้แหละว่าน่าจะเข้ากันไม่ได้ สุดท้ายเขาก็หย่ากัน แล้วเราก็เลยกลับมาคุยกันอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่เป็นอันรู้กันว่าเราคุยกันอยู่นะอะไรประมาณนี้ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เสียชีวิตครับ เขาไปเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวของเขาอยู่ที่เมืองนอก หัวใจสลายครั้งที่ 2 ครับรู้สึกครั้งนั้นมันสาหัสมาก มันคือไม่มีโอกาสแล้ว ผมไม่ได้ทำอะไรเลยวันนั้น ผมนั่งร้องไห้ แล้วก็รู้สึกแบบว่าสิ่งดีๆ ที่เราเก็บกันไว้ มันคงไม่มีโอกาสหวนกลับมาแล้วแหละ ก็อยากจะบอกเขาเหมือนกันว่าชาติหน้าขอให้ได้กลับมาจะเจอกันอีกนะ”

นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ปิดตายความรักเลยหรือเปล่า?

แฮ็ค : “หลังจากนั้นก็มีนะ พยายามจะคบจริงจัง แต่จริงๆ แล้วมันเป็นความเห็นของแก่ตัวของเรามากกว่า มันเป็นความที่เรารู้สึกแบบ เราไปคิดเรื่องเก่าๆ เอง มันผิดที่ตัวเราเองนะ เราจะคิดแบบทำไมไม่เหมือนคนนั้น ทำไมต้องเป็นแบบนี้ แต่ก็พยายามจะบอกตัวเองนะว่าเขาไม่ใช่ เขาคนละคน มันเหมือนสิ่งที่เราได้รับแล้วทำให้เราติด แต่ทุกวันนี้ก็มีคุยๆ บ้างปกติครับ แล้วก็แฮปปี้กับการที่อยู่กับสถานะแบบนี้ครับ”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com